Travels & Trips: Return to Sakaerat Environmental Research Station – กลับมาอีกครั้งที่สะแกราช
เรื่อง/ภาพ: บัลลังค์ ศิริพิพัฒน์
“กลับมาอีกครั้งที่สะแกราช” ที่ผมใช้คำว่า “กลับมาอีกครั้ง” เพราะเมื่อสองปีก่อนหน้านี้ผมได้เคยไปที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชแห่งนี้มาแล้ว แต่ก็นั่นแหล่ะผมไม่ได้เอาทริปที่ล่วงเลยนั้นมาเล่าประกอบภาพถ่ายให้ฟังกัน….ซึ่งไม่อาจจะบอกได้ว่าจะเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ได้ไหม
เอาหล่ะ…ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งจะบ่นไปหยกๆ ว่าไม่ได้ออกไปไหน แล้วจู่ๆ ผมก็เปนหัวเรือหันทิศไปยังจังหวัดโคราชอย่างรวดเร็ว ก็เพราะว่าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชนี้คนธรรมดาๆ อย่างผมไม่ได้เข้ากันง่ายๆ แต่ได้รับคำชวนจาก อ.วุฒิ และอ.วีรยุทธ เลาหจินดา ซึ่งทั้งสองท่านนี้เป็นอาจารย์ประจำ ม.เกษตรศาสตร์ที่ได้เข้ามาทำวิจัยเกี่ยวกับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก โดยเฉพาะกลุ่มกบ-เขียด-ปาด ทั้งหลาย ผมจึงไม่รีรอที่จะไปร่วมทริปครั้งนี้ทันที
ในทริปนี้ทางทีมผมที่ไปสมทบก็จะมีขาประจำคือเพื่อนนณณ์ (ไม่รู้มันไปทำอะไรมาอ้วนกว่าเดิมเยอะ) และ…เอริ์ทหรือกรีนอายส์นักเขียนอีกคนของ MW นั่นเองครับ
จุดมุ่งหมายของเราในครั้งนี้ก็ตามเจ้าของทริปนั่นแหล่ะครับ ก็คือเน้นไปทางด้านสัตว์สะเทินทั้งหลาย และรวมไปถึงสัตว์เลื้อยคลานด้วย ซึ่ง…ผมจะพาไปรู้จักกับสัตว์ตัวเล็กๆ ซึ่งมีความน่ารัก และมีความหมายต่อโลกใบนี้…เชิญทัศนาครับ..
ป่าดิบแล้ง คือผืนป่าทั่วไปของสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชแห่งนี้
ยามเมื่อฝนตก หรือมีน้ำหลากมา จะมีหลุมซึ่งจะกักเก็บน้ำไวราวกับเป็นโอเอซิสสำหรับเป็นที่วางไข่และอนุบาลของสัตว์สะเทินทั้งหลาย
อาจารย์วุฒิ กำลังโชว์ลูกอ๊อดของปาดที่อยู่ในหลุมน้ำ
เกี่ยวกับแมลง
แมลงช้าง หรือแมงปอมีหนวด เป็นแมลงที่ออกหาและตื่นตัวกลางคืน กลางวันจะเกาะนิ่งตามสุมทุมพุ่มไม้
แมงมุมเขากระทิง พบมากมายตามต้นไม้ในระดับสายตา
แมงมุมชนิดนี้ จะกางใยและหลบซ่อนตัวอยู่ในกระบอกรัง เมื่อมีแมลงตัวเล็กมาติดใยจะย้ายตัวมากัดเหยื่ออย่างรวดเร็ว
ตัวอ่อนของมวนชนิดหนึ่ง
ตั๊กแตนกิ่งไม้ ที่พรางตัวให้แนบเนียนกับวัสดุที่เขาเกาะ
แมลงปอปีกแผ่แปดจุด เพศผู้ พบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำ
บึ้งมีหลายชนิด ที่เห็นคือบึ้งดิน
ว่าด้วยเรื่องของต้นไม้ใบหญ้า
จิงจาบ Miliusa mollis ไม้ดอกเล็กกระจิ๋วอยู่ในวงศ์เดียวกับกระดังงา
นณณ์บอกว่าเจ้าดอกสวยรูปกรวยนี้คือถั่วแปบช้าง หรือ กันภัย Afgekia sericea ขึ้นเลื้อยไปทั่วอยู่บริเวณทางเข้าของสถานีฯ
ถึงคิวของสัตว์เลื้อยคลาน
ตุ๊กกายป่าตะวันออก Cyrtodactylus intermedius เป็นตุ๊กกายที่ออกมาต้อนรับเราหลายชีวิต แล้วก็มีเจ้าตัวเล็กนี่แหล่ะที่ทำให้ผมสังเกตุพฤติกรรมเค้าอยู่นาน
น่าแปลกใจว่าตุ๊กกายป่าตะวันออกวัยเจริญพันธุ์ที่นี่จะมีขนาดตัวย่อมๆ ไม่ใหญ่มากเหมือนพบที่อื่น
ตุ๊กกายดงพญาเย็น Cyrtodactylus angularis ตัวนี้แหล่ะที่รักของผม เป็นตุ๊กกายที่มีลักษณะแปลกคือจะโก่งตัวไม่เอาท้องแตะพื้น และจะงอหางเมื่อตื่นตัว…
กิ้งก่าเขาหนามยาวจันทบูรณ์
กิ้งก่าแก้ว Calotes emma ตัวน้อยๆ มีหลายตัว ป่าอยู่ในช่วงที่สัตว์เหล่านี้เพิ่งออกจากไข่
กิ้งก่าแก้ว Calotes emma ตัวใหญ่ๆ
งูลายสอใหญ่ Xenochrophis piscator เป็นงูบกที่หากินในน้ำ และเป็นงูชนิดเดียวที่เราพบในทริปนี้
ลูกอ๊อดไอไลท์ของทริปนี้
ลูกอ๊อด มากมายของกบหลากหลายชนิด
ลูกอ๊อดอึ่งข้างดำ
ลูกอ๊อดอึ่งลายเลอะ หางแดงสวย..ดูๆ ไปเหมือนปลาหัวใสที่อยู่ในทะเลเลย
ไข่ปาดจิ๋วลายแต้ม Chiromantis hansanae งานวิจัยพบว่ากลุ่มไข่ที่มีแม่เฝ้ามีอัตราการถูกทำลายด้วยหนอนแมลงวันน้อยกว่า
พักสายตา
นักวิจัยสัตว์สะเทินชาวต่างชาติ คุยกันเธอบอกว่าเจ้าของโปรเจคเป็นคนฮ่องกงซึ่งบ้านเค้าไม่มีที่ให้วิจัยเลยต้องถ่อมาที่นี่ แม้เป็นหญิงเธอก็ลุยสุดๆ
สุขสันต์วันกบๆ
อาจจะดูโหดร้ายไปสักนิดสำหรับแมงมุมตกปลาที่จับปาดจิ๋วลายแต้มกิน
อึ่งลายเลอะ โก่งคอเสียงดังสุดๆ ไปอยู่ตรงนั้นเราคงคุยอะไรกันลำบากมาก
ปาดจิ๋วหนองค้อ Chiromantis nongkhorensis นอนกลางวันหยีตาบนต้นตดหมา
ปาดจิ๋วหนองค้อ
ปาดจิ๋วศรีราชา, ปาดจิ๋วลายแต้ม Chiromantis hansanae ตัวเล็กประมาณ 1-1.5ซม. น่ารักเกินบรรยาย
ปาดจิ๋วลายแต้ม
ปาดจิ๋วลายแต้ม ท่าแบบนี้เค้าเรียกว่าท่ามาตรฐานของบรรดาปาดทั้งหลาย
อึ่งหลังไพร Pelophylax lateralis
บอกกับนณณ์ว่าถ้าเจอกับตุ๊กกายป่าดงพญาเย็น ขอชักภาพคู่สักภาพ…
ถึงแม้คราวนี้จะไม่เหมือนคราวที่แล้วที่ได้เคยไปเยือนสะแกราชก็ตาม…(ผมขออุบอิบไว้ก่อน คาดว่าคงมีการเอาภาพและเรื่องราวเมื่อสองปีที่แล้วมาให้ชมกันแน่ๆ) …ก็ยังดีใจว่าสรรพสิ่งและสัตว์ต่างๆ ยังอยู่ดี
วรรคสุดท้ายก่อนบรรยายรูปผมบอกว่า สัตว์สะเทิ้นน่ารักเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของโลกใบนี้ …..เพราะอะไร?…..
ก็เพราะว่า…ถ้าหากยังมีสัตว์เหล่านี้นั้นย่อมแสดงว่า..สุขภาพของธรรมชาติตรงนี้ยังดีอยู่ ซึ่งก็คือเป็นดรรชนีวัดความสมบูรณ์ของป่าและสิ่งแวดนั่นเองครับ
สวัสดี..
บัลลังค์ ศิริพิพัฒน์ (ไอ้ลูกทุ่ง)

































Aug 15th, 2011 at 23:47
ภาพและกระทู้ที่เกี่ยวข้อง ของเพื่อนร่วมทริป siamensis.org ติดตามได้ตามลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ
http://www.siamensis.org/webboard/topic/8117
Aug 16th, 2011 at 12:29
เคยอ่านสารคดีเล่มหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาเี่กี่ยวกับพวกสัตว์สะเทิน พอสรุปได้ว่า โอเอซิสเล็กๆพวกนี้ นับว่าเปราะบางและอ่อนไหวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก
เช่นความชื้นที่ลดลง ความร้อน ฝนที่ผิดฤดูกาล ปริมาณน้ำที่มาไม่สม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้มีผลต่อ โอกาสในการพัฒนาจากลูกอ๊อดมาเป็นกบ และการอยู่รอดของพวกสัตว์สะเทินอย่างมากทีเดียว
ผมเห็นมากับตาที่บริเวณบ้าน ที่ฝนตกมาห่าใหญ่ วันสองวัน น้ำท่วมขัง ทำให้กบหลายชนิดออกมาผสมพันธุ์วางไข่ ลูกอ๊อดก็เกิดมา แต่แล้ว !!! ฝนดันไม่ตกอีก โอเอซิสน้อยๆค่อยๆแห้งลงๆเร็วเกินกว่าที่ลูกอ๊อดจะทันเป็นตัว และจบลงด้วยความตาย
ซึ่งโดยปกติ ฝนจะทยอยตก ทำให้มีน้ำเติมลงโอเอสิสไปทีละหน่อยๆ ต่อเนื่องกันนานเป็นเดือน แต่ปีนี้ ฝนเทโครมลงมาไม่กี่วัน น้ำส่วนเกินไม่ถูกกักขัง ได้แต่ไหลหายไป น้ำเท่าที่โอเอสิสกักได้จึงอยู่ได้ไม่นานพอนั่นเอง
ปล แต่กับเคสนี้อย่าพึ่งเศร้าไป เพราะก่อนที่โอเอสิสแถวบ้านผมจะแห้งไป ผมเก็บลูกอ๊อดมาอนุบาลไว้ในบ้านได้เกือบทั้งหมดครับ
Aug 17th, 2011 at 10:14
แวะมาชมครับ ^^