Travel & Trips: เรื่องเล่า…จากราวป่า (ตอนที่ ๑)
เรื่อง/ภาพ: ไอดินกลิ่นฝน
ประกอบภาพประทับใจ (เมื่อลูแปง…ขอชม)
(สืบเนื่องมาจาก อัลบั้มล่าสุดชื่อ ” ๑ ภาพ ” คุณลูแปง ต้องการชมภาพที่ส่งเข้าประกวด แม้จะมีเพียงเสียงเดียวที่ถามหา เราก็จัดให้ค่ะ เพราะเสียงหนึ่งของคุณมีความหมายในความรู้สึกอย่างมาก…. ลองชมค่ะภาพประกอบเนื้อเรื่อง แม้ภาพและคำไม่สวยมากมาย แต่ตอนเขียนส่งไปให้ที่ประกวดล้นกระดาษเลยทีเดียว เนื้อเรื่องที่นำมาโพสตอนนี้ นำมาเขียนลงคอมพิวเตอร์ในภายหลัง คำจึงสวยขึ้น เล็กน้อย ขอรับคำติชมค่ะ ขอบคุณมากค่ะ จะนำไปปรับปรุง )
: ตะแงดอย :
แสงอาทิตย์ยามสายของเช้าวันนั้น ได้ระบายแต่งแต้มสีสันขุนเขาแห่งดอยพีระมิด อุณหภูมิเริ่มเปลี่ยนแปลงเพิ่มมากขึ้น จากช่วงเช้าตรู่ จนต้องถอดเสื้อคลุมออก ฉันใช้เวลานั่งซุ่มอยู่ในซุ้มบังไพรธรรมชาติ คือพุ่มไม้เตี้ยๆภายในซอกโพรงของก้อนหินบริเวณไหล่เขา เพื่อรอคอยการบันทึกภาพของ ” ตะแงดอย ”
เกือบ ๔ ชั่วโมงผ่านไป จนฉันเริ่มท้อใจเพราะไม่มีวี่แววที่จะได้เห็นแม้แต่เงา จึงขยับร่างกายอันเมื่อยล้าเพื่อปรับเปลี่ยนอิริยาบทและตั้งใจจะย้ายจุดซุ่มบังไพรนี้ไปยังด้านหลังของดอย แต่ทันใดนั้น ฉันได้สังเกตเห็นกิ่งก้านดำๆ อยู่บนยอดดอย มองด้วยตาเปล่าและนึกในใจ ” เอ ทำไมต้นไม้บนยอดดอยสูงนั้นมีแค่ ๒ กิ่งก้าน ”
แต่ก็ไม่ชัดมากนัก จนต้องใช้กล้องเป็นตัวช่วยและปรับระยะโฟกัสจนสุดกำลังของเลนส์ ๓๐๐ มม. ฉันตกใจ ” นั่นเค้านี่นา ตะแงดอย ” จึงกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพได้ไม่เพียงกี่ภาพ จนเค้าละสายตาเราไปจากมุมมองของกล้อง ฉันนึกขอโทษเค้าในใจที่ทำให้เค้าตกใจเพราะเสียงชัตเตอร์ และขอบคุณที่ทำให้ฝันของฉันเป็นจริง ที่ตั้งใจจะเก็บภาพกวางผา ๑ ใน ๑๕ สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทย
ฉันไม่รู้สึกตัวเลยว่าเค้าจ้องมองฉันมานานเท่าไหร่แล้ว
ขอขอบคุณโฟโต้อ้อน สำหรับการเดินทางและข้อมูล ” ตะแงดอย ” ซึ่ง ” ตะแงดอย ” มาจากคำที่เรียกกวางผาของชาวกระเหรี่ยงที่บ้านขุมยวม
: ระยะห่าง :
แสงของวันเริ่มหมดลงไปอีกวันหนึ่ง แต่ในใจของฉันและเพื่อนร่วมทางยังคงไม่สิ้นหวังที่จะได้ภาพดีๆสักภาพ เพื่อต้องการแค่มีชื่ออยู่ในหนังสือรวมภาพที่เข้ารอบของโครงการประกวดถ่ายภาพอนุรักษ์ธรรมชาติ ” สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ ”
ในบรรยากาศแห่งความเงียบงันบนห้างส่องสัตว์แห่งหนึ่ง ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ไม่นานนักสิ่งที่พวกเรารอคอยก็ปรากฎตรงหน้า ฝูงกวางประมาณ ๖- ๗ ตัวก็ออกมาจากชายขอบป่า ตัวเมียที่มีลูกอ่อนทำหน้าที่จ่าฝูง ส่งเสียงตะโกนเรียกตัวผู้ ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของริมชายป่า มีการสื่อสารกันบางอย่างที่มนุษย์อย่างฉันไม่สามารถเข้าใจได้ ฉันคิดไปว่าน่าจะเหมือนนก ที่มีเสียงเรียก และเสียงเตือน
แต่ทันใดนั้น เจ้าครอบครัวหมาไน พ่อ แม่ ลูก ก็วิ่งออกมาจากชายป่า วิ่งซุกซนไปมา พยายามกระชับวงล้อมกวางฝูงนั้นที่มีลูกกวางอยู่กลางวงล้อมของจ่าฝูงและพี่เลี้ยง เราพยายามเก็บภาพและเฝ้าดูพฤติกรรมของทั้งสองฝ่าย แต่ครอบครัวหมาไนก็ไม่สามารถทำอะไรฝูงกวางได้ เพราะมีพี่เลี้ยงตัวใหญ่ คอยเป็นผู้พิทักษ์ ยืนขู่โดยการยกขากระทืบน้ำ เตือนฝ่ายผู้บุกรุก หากเกิน ” ระยะห่าง ” ของกันและกัน สุดท้ายครอบครัวหมาไนก็จำต้องจากไป ปล่อยให้ฝูงกวางได้กินดินโป่งเป็นอาหารมื้อเย็นได้อย่างสบายใจ ” หรือนี่เป็นเพียงบทเรียนสำหรับเจ้าลูกหมาไนตัวน้อย ที่พ่อแม่พามาฝึกหัด ” ฉันเพียงนั่งคิดอยู่ในใจ
ระยะห่างถูกทำลายด้วยความไว้วางใจ แต่หากเป็นผู้ล่าและผู้ถูกล่านั้น ความไว้วางใจอาจจะไม่มี ยกเว้นแต่
” มิตรภาพในความเป็นเพื่อนของมนุษย์หรือเพื่อนสัตว์ป่าของเรานั่นเอง ”
: ไม่ไว้วางใจ :
พลังงานจากกล้วยหอม ๑ ลูก ถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็วในการออกเดินทางในแต่ละวัน เย็นมากแล้วต้องขอ
กลับไปเติมพลังงานเพื่อลุยกับเช้าวันใหม่ ระหว่างทางนั้น ฉันก็แอบเห็นเก้งฝูงเล็กๆ กำลังกินอาหารมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่ต้องตกใจกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญเช่นฉัน ฉันเป็นสิ่งแปลกประหลาดในโลกของพวกเค้า
ฉันนอนดูพวกเค้ากินอาหารมื้อเย็นกัน อย่างเงียบๆ จ่าฝูงยังคงทำหน้าที่อย่างดีเช่นเคยที่คอยระวังไพรให้กับเพื่อนๆด้วยความ ” ไม่ไว้วางใจ “



Leave a Reply